ภูมิหลังและอัตลักษณ์ของชาวจีน 5 กลุ่มภาษาในประเทศไทย

ชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากมณฑลฮกเกี้ยนและมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน ที่เหลือมาจากเกาะไหหลำ ทั้งนี้เป็นเพราะลักษณะทางภูมิศาสตร์ของมณฑลฮกเกี้ยนสืบเนื่องไปในมณฑลกวางตุ้ง พื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือมีลักษณะเป็นเทือกเขาสูง จะมีพื้นที่ราบในบริเวณทางตอนกลางและชายฝั่งทะเลจีนใต้เท่านั้น  ลักษณะเช่นนี้ทำให้ที่ราบที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกมีเป็นจำนวนน้อย เมื่อเกิดภัยธรรมชาติจึงส่งผลให้มีผลผลิตไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต  สัดส่วนที่ทำกินต่อจำนวนประชากรในมณฑลฮกเกี้ยนมีจำนวนน้อยกว่ามณฑลอื่นๆ ในประเทศจีนทั้งหมด ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของมณฑลฮกเกี้ยนและกวางตุ้งที่มักประสบกับปัญหาความขาดแคลนผลผลิตจากภัยธรรมชาติ ทำให้ทั้ง 2 มณฑลประสบปัญหาในสภาพที่ไม่แตกต่างกัน รวมทั้งเกาะไหหลำที่มีขนาดพื้นที่จำกัด ทำให้ชาวจีนจากมณฑลฮกเกี้ยน มณฑลกวางตุ้ง และเกาะไหหลำ จึงมักเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปตั้งรกรากอยู่ในดินแดนอื่น

ภาพ  แผนที่เส้นทางการอพยพจากมณฑลทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีน

นอกจากนี้ ด้วยความที่มณฑลเหล่านี้อยู่ติดทะเลทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ทำให้ชาวจีนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ เป็นกลุ่มคนที่มีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือสูงและเป็นผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการค้าทางทะเลอยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้ทำให้มณฑลแถบนี้ จึงเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาเดิมของชาวจีนกลุ่มสำเนียงภาษาต่างๆ ที่เข้ามาอาศัยอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมทั้งประเทศไทย เช่น แต้จิ๋ว แคะ (ฮากกา) ไหหลำ (เกษียณ เตชะพีระ. 2540 : 41 อ้างถึงในปิยชาติ สึงตี. 2553 : 39-41)

จี วิลเลี่ยม สกินเนอร์ ได้กล่าวว่า ชาวจีนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยปรากฏหลักฐานการติดต่อสัมพันธ์ที่ยาวนานและต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยอยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ โดยมีสาเหตุของการอพยพหลายประการ เช่น ปัญหาความหนาแน่นของประชากรในประเทศจีน ปัญหาทางเศรษฐกิจ ปัญหาทางการเมือง เป็นต้น  จากเอกสารทางวิชาการของ จี วิลเลี่ยม สกินเนอร์ ได้นำเสนอข้อมูลทางสถิติว่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2460 มีจำนวนคนจีนในประเทศไทยจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนแต้จิ๋ว และชาวจีนฮกเกี้ยน ถัดมาคือชาวจีนไหหลำ ชาวจีนกวางตุ้ง และชาวจีนแคะ เป็นลำดับสุดท้าย

ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า ชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากมณฑลฮกเกี้ยน มณฑลกวางตุ้ง และเกาะไหหลำ ชาวจีนเหล่านี้ ต่างไม่ได้รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันเพราะมีภาษาพูดและวัฒนธรรมประเพณีปลีกย่อยบางอย่างแตกต่างกัน ดังนั้นชุมชนชาวจีนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจึงมักรวมตัวตามกลุ่มภาษาพูดของตนเอง และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้สามารถจำแนกชาวจีนตามกลุ่มภาษาพูดได้ 5 กลุ่มใหญ่ คือ

1. กลุ่มจีนแต้จิ๋ว เป็นกลุ่มคนจีนที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย ภูมิลำเนาเดิมอยู่บริเวณปากน้ำหรือลุ่มแม่น้ำหัน ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง ชาวจีนแต้จิ๋วเหล่านี้ส่วนใหญ่เดินทางจากท่าเรือจางหลิงที่เมืองเถ่งไฮ่ และท่าเรือซัวเถา เข้าสู่ประเทศไทยทางอ่าวไทยฝั่งตะวันออก จึงมักตั้งถิ่นฐานในจังหวัดตราดจันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา กรุงเทพมหานคร และหลายจังหวัดในภาคกลาง รวมทั้งกระจายตัวออกไปค้าขายอยู่ตามบริเวณต่างๆ ของไทย ทำให้ภาษาจีนแต้จิ๋วเป็นภาษาที่แพร่หลาย

2. กลุ่มจีนกวางตุ้ง มีภูมิลำเนาเดิมอยู่บริเวณตอนกลางของมณฑลกวางตุ้งไปจนถึงทางตะวันออกของมณฑลกวางสีและเกาะฮ่องกง ถือเป็นเมืองที่เป็นประตูด้านทิศใต้ที่สำคัญของประเทศจีนในการติดต่อกับต่างประเทศ เรือสำเภาจากประเทศทางตอนใต้ของจีน เช่น ไทย เวียดนาม มะละกา เป็นต้น มักแวะที่ท่าเรือเมืองกวางตุ้งก่อนเดินทางไปตอนเหนือของจีนชาวจีนในบริเวณนี้จึงมีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จากโลกภายนอกก่อนชาวจีนในภูมิภาคอื่นๆ สำหรับอาชีพที่ชาวกวางตุ้งนิยมทำ คือช่างเครื่องยนต์ พ่อครัว เป็นต้น มักใช้เส้นทางเดินเรือเข้ามายังประเทศไทยและตั้งถิ่นฐานเช่นเดียวกับชาวจีนแต้จิ๋ว ชาวจีนกวางตุ้งเป็นชาวจีนกลุ่มแรกๆ ที่เดินทางเข้ามาในดินแดนไทยเช่นเดียวกับชาวจีนฮกเกี้ยน เนื่องจากมณฑลกวางตุ้งติดกับทะเลจีนใต้ จึงมีความชำนาญในการเดินเรือและเดินเรือออกนอกประเทศได้สะดวก เส้นทางเดินเรือที่ชาวจีนกวางตุ้งเดินทางมาประเทศไทยนั้นเป็นเส้นทางเดียวกับชาวแต้จิ๋ว และมาขึ้นบกตามหัวเมืองใหญ่และเมืองในภาคกลาง โดยตั้งถิ่นฐานเพื่อค้าขายอยู่ในตัวเมืองอยุธยา และตามเมืองในภาคกลางที่อยู่ชายฝั่งทะเลอ่าวไทย ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวจีนกวางตุ้งอพยพเข้ามายังดินแดนไทยเป็นระลอกใหญ่ที่สุด เนื่องจากหนีภัยทางการเมืองที่พรรคก๊กมินตั๋งแพ้ต่อพรรคคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมืองจีน (ยุวดี ต้นสกุลรุ่งเรือง. 2543 : 33)

3. กลุ่มจีนฮกเกี้ยน มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ในตอนใต้ของมณฑลฮกเกี้ยน เป็นกลุ่มคนที่มีความรู้สูง มักเป็นพ่อค้าและลูกเรือสำเภา ส่วนใหญ่จะอพยพมาตั้งรกรากบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนยางพาราและการทำเหมืองแร่ดีบุก ชาวจีนกลุ่มนี้มักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ชาวจีนในปีนัง และสิงคโปร์ ในขณะที่ความใกล้ชิดผูกพันกับชาวจีนในกรุงเทพมหานครมีไม่มากนัก

4. กลุ่มจีนไหหลำ ชาวไหหลำในประเทศไทย ส่วนใหญ่อพยพมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของ เกาะไหหลำ มีความชำนาญในการค้าขาย ชาวจีนกลุ่มนี้มีภูมิต้านทานเชื้อมาเลเรียได้ดีกว่าชาวจีนกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของเกาะไหหลำอยู่ในเขตร้อนชื้น มีไข้ป่าชุกชุมเช่นเดียวกับชนบทไทย ชาวจีนไหหลำจึงนิยมไปตั้งถิ่นฐานในบริเวณทุรกันดารหรือหัวเมืองเล็กๆ ที่มีการแข่งขันน้อยกว่า เช่น จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

5. กลุ่มจีนแคะ (ฮากกา) มีภูมิลำเนากระจัดกระจายในหลายมณฑลของจีน ชาวจีนแคะที่อพยพมายังประเทศไทยสามารถจำแนกเป็นกลุ่มย่อยตามภูมิลำเนา คือ จากมณฑลฮกเกี้ยน มณฑลกวางตุ้ง และรอบๆ   เมืองแต้จิ๋ว เป็นต้น ชาวจีนแคะในประเทศไทยมักประกอบอาชีพทำเครื่องหนัง เช่น กระเป๋า รองเท้า เป็นต้น โดยตั้งถิ่นฐานในเมืองใหญ่เช่นเดียวกับแต้จิ๋ว

ทั้งนี้ภาษาพูดของชาวจีนแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมาก ชาวจีนแต่ละกลุ่มไม่สามารถสื่อสารกับชาวจีนกลุ่มอื่นด้วยภาษาพูดได้ แต่สามารถสื่อสารด้วยตัวอักษร เพราะไม่ว่าชาวจีนจะพูดด้วยภาษาจีนสำเนียงใดก็ตาม แต่จะใช้ระบบตัวอักษรแบบเดียวกันทั่วโลก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นประการหนึ่งของภาษาจีน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *